แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - unyana

หน้า: [1] 2
1
การออมเงินเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต การมีตารางออมเงินช่วยให้เราสามารถติดตามการออมได้ง่ายขึ้นและมีวินัยในการจัดการเงินในชีวิตประจำวัน มาดูวิธีสร้างตารางออมเงินที่สามารถประยุกต์ใช้วิธีเก็บเงินให้อยู่ได้จริงในชีวิตของเรา

ทำความรู้จักกับตารางออมเงิน

ตารางออมเงินเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดระเบียบการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดเป้าหมายการออมที่ชัดเจน เช่น การออมเพื่อการศึกษาหรือการซื้อบ้าน จากนั้นกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมในแต่ละเดือนและระยะเวลาในการออม

ขั้นตอนการประยุกต์ใช้ตารางออมเงิน

กำหนดเป้าหมายการออมที่ชัดเจน
ก่อนที่จะเริ่มใช้ตารางออมเงิน ควรตั้งเป้าหมายการออมที่ชัดเจนและเป็นจริง เช่น การเก็บเงินเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวหรือการซื้อสิ่งที่ต้องการ

สร้างตารางที่เหมาะสม
สร้างตารางการออมในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์หรือแอปพลิเคชันการเงินช่วยในการติดตาม

ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ชีวิตไม่แน่นอนเสมอไป ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนตารางการออมเมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องปรับแผน เช่น ลดจำนวนเงินที่ออมในเดือนที่มีค่าใช้จ่ายมาก

ใช้เทคโนโลยีช่วย
ในยุคดิจิทัล มีแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยให้การออมเงินง่ายขึ้น เช่น แอปที่ช่วยติดตามค่าใช้จ่ายและการออม

ประโยชน์ของการใช้ตารางออมเงิน

ช่วยให้เรามีวินัยในการออมเงิน
สามารถติดตามความก้าวหน้าในการออมได้ง่าย
ลดความเครียดทางการเงิน เพราะเรามีการวางแผนที่ชัดเจน
การสร้างตารางออมเงินเป็นวิธีเก็บเงินที่ช่วยให้เราบริหารจัดการเงินได้ดีขึ้น และทำให้เรามีเงินออมเพื่อใช้ในอนาคต

2
การใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษี ผ่าน ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยประหยัดเงินและเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน แต่จะเลือกแบบไหนดีให้คุ้มค่าที่สุด? มาดูกันว่าประกันชีวิตแต่ละแบบลดหย่อนได้เท่าไหร่ และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

1. ประกันชีวิตทั่วไป: ลดหย่อนง่าย เงื่อนไขไม่ยุ่งยาก
ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
รวมทุกกรมธรรม์ไม่เกิน 200,000 บาท
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต + สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
2. ประกันชีวิตควบการลงทุน: คุ้มครอง + โอกาสเติบโตของเงินลงทุน
ใช้สิทธิลดหย่อนได้เท่ากับ ประกันชีวิตทั่วไป
ลดหย่อนได้เฉพาะค่าเบี้ยที่เป็น ค่าความคุ้มครองและค่าดำเนินการ
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการประกันชีวิตพร้อมโอกาสลงทุน
3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ: ลดหย่อนสูงสุด + วางแผนเกษียณ
ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ (สูงสุด 200,000 บาท)
หากไม่รวมกับประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท
ใช้ร่วมกับกองทุน RMF, SSF ฯลฯ ได้สูงสุด 500,000 บาท
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการเตรียมเงินใช้ยามเกษียณ + ลดหย่อนภาษีสูงสุด

ควรเลือกประกันชีวิตแบบไหนดี?
✅ ถ้าต้องการแค่ความคุ้มครองและลดหย่อนภาษี → เลือกประกันชีวิตทั่วไป
✅ ถ้าต้องการลดหย่อนภาษีพร้อมโอกาสลงทุน → เลือกประกันชีวิตควบการลงทุน
✅ ถ้าต้องการวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษีสูงสุด → ประกันชีวิตยื่นลดหย่อนภาษีแบบบำนาญ

ประกันชีวิตแต่ละแบบมีเงื่อนไขยื่นลดหย่อนภาษีต่างกัน ก่อนซื้อควรศึกษาข้อมูล เลือกประกันสุขภาพให้ดีเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด และอย่าลืมคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายก่อนเลือกประกัน เพื่อให้คุณใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด!



3
เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการประมูลงาน ทำสัญญาซื้อขาย หรือการขอสินเชื่อ "หนังสือค้ำประกัน" หรือ Letter of Guarantee (LG) เป็นเอกสารที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลดความเสี่ยงทางการเงิน มาดูกันว่าทำไมเอกสารนี้จึงมีความสำคัญ
ทำไมหนังสือค้ำประกันถึงสำคัญ?
ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ – คู่ค้าสามารถมั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณมีความมั่นคงทางการเงิน
ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ – หากลูกค้าไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ใช้แทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน – สามารถใช้แทนเงินสด พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ได้ ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องมากขึ้น
การขอหนังสือค้ำประกันต้องเตรียมอะไรบ้าง?
การขอหนังสือค้ำประกันจากธนาคารจำเป็นต้องมีเอกสารที่ครบถ้วน เช่น:
เอกสารทางธุรกิจ เช่น ทะเบียนพาณิชย์และงบการเงิน
สัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม เช่น สัญญาซื้อขายหรือสัญญาจ้างงาน
หลักฐานการเดินบัญชีหรือเอกสารอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
หนังสือค้ำประกันมีกี่ประเภท?
หนังสือค้ำประกันมีหลายประเภทตามการใช้งาน เช่น:
หนังสือค้ำประกันการประมูล – ใช้เป็นหลักประกันในการเข้าประมูลงานกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชน
หนังสือค้ำประกันการชำระเงิน – เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ซื้อจะชำระเงินตามข้อตกลง
หนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา – เพื่อรับประกันว่าผู้รับจ้างจะดำเนินงานตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

หนังสือยื่นค้ำประกัน ป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจ ลดความเสี่ยง และทำให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ การมีหนังสือค้ำประกันจะช่วยให้คุณได้รับโอกาสทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น และยังเป็นเอกสารสำหรับการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กได้ด้วย



4
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในฐานะเครื่องมือการลงทุนที่ปลอดภัยและมีมูลค่าเสมอ ทองไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการเก็บรักษามูลค่า แต่ยังสามารถสร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนได้ด้วยการซื้อขายทองในราคาที่เหมาะสม ปัจจุบันการลงทุนทองไม่จำเป็นต้องไปที่ร้านทองหน้าร้านเหมือนแต่ก่อน เพราะการซื้อขายทองออนไลน์ได้กลายเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
1. ทำไมต้องลงทุนทองออนไลน์?
การซื้อขายทองออนไลน์ทำให้คุณสามารถซื้อทองได้ทุกที่ทุกเวลา ตราบเท่าที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านทองหน้าร้านเพื่อซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากขึ้น และสามารถทำได้ทันทีผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
ทองที่คุณซื้อขายในระบบออนไลน์จะได้รับการอัพเดทราคาแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณสามารถจับจังหวะการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ตลาด
2. ข้อดีของการซื้อขายทองออนไลน์
เริ่มลงทุนได้ทันที: การเปิดบัญชีและทำธุรกรรมการซื้อขายทองออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปถึงหน้าร้าน
ความแม่นยำของราคา: การซื้อขายทองออนไลน์ทำให้คุณได้ราคาทองที่สะท้อนตามความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำโลก
ความสะดวกสบาย: คุณสามารถทำการซื้อขายทองได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่ใดก็ได้ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ข้อมูลข่าวสารและคำปรึกษา: ผู้ให้บริการบางรายมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาและข้อมูลการลงทุนที่มีประโยชน์ตามสถานการณ์ตลาดโลก
3. สิ่งที่ควรระวังก่อนลงทุนทองออนไลน์
การลงทุนทองออนไลน์สามารถทำได้ง่ายและสะดวก แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้บริการจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน เช่น การจดทะเบียนบริษัท และการเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ค้าทองคำ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีความโปร่งใส

การซื้อทองคำออนไลน์เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและสร้างผลกำไรได้สูง โดยการเข้าถึงตลาดทองคำโลกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ การลงทุนทองออนไลน์ช่วยให้คุณสามารถทำธุรกรรมการซื้อขายได้จากทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างมั่นใจ



5
การลงทุนในกองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสะดวกและไม่ต้องใช้ความรู้ลึกซึ้งด้านการลงทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนคอยดูแลเพื่อให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับนักลงทุน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือไม่สามารถติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจได้อย่างใกล้ชิด ทำให้การลงทุนในกองทุนรวมได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจจะเริ่มลงทุนในกองทุนรวมผ่านแอป Krungthai Next แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและเลือกกองทุนไหน นี่คือคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ง่ายและรวดเร็ว
วิธีเปิดบัญชีออนไลน์ลงทุนในกองทุนรวมผ่านแอป Krungthai Next
ในยุคที่เทคโนโลยีทำให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ ง่ายและสะดวก การลงทุนในกองทุนรวมก็ไม่ต้องยุ่งยากอีกต่อไป เพียงแค่ใช้แอปพลิเคชัน Krungthai Next ก็สามารถลงทุนได้ตามต้องการ ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai Next หากคุณมีบัญชีธนาคารกรุงไทยอยู่แล้ว คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai Next มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ รวมถึงการซื้อขายกองทุนรวมได้ทันที หากยังไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ผ่านแอปได้เลย
เปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์ เมื่อมีบัญชีกรุงไทยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเปิดบัญชีกองทุนรวม โดยเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล หลังจากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น อาชีพ รายได้ และวัตถุประสงค์ในการลงทุน พร้อมตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันการเปิดบัญชี
เลือกซื้อหน่วยลงทุน เมื่อเปิดบัญชีกองทุนเสร็จสิ้น คุณสามารถเข้าสู่เมนูซื้อ-ขายกองทุนรวมได้โดยตรงในแอป จากนั้นเลือกกองทุนที่คุณสนใจและมีงบประมาณที่เหมาะสม สำหรับการซื้อหน่วยลงทุน คุณสามารถทำการซื้อหรือขายได้ตลอดเวลา
มือใหม่เลือกกองทุนรวมแบบไหนดี?
หนึ่งในคำถามที่มักพบบ่อยสำหรับนักลงทุนมือใหม่คือ "เลือกลงทุนในกองทุนรวมแบบไหน?" ข้อแนะนำที่ควรพิจารณาในการเลือกกองทุนมีดังนี้
รูปแบบของการลงทุน กองทุนรวมมีหลากหลายประเภท เช่น กองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ และยังมีบางกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ แต่ละประเภทมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกกองทุนที่ตรงกับความเสี่ยงที่สามารถรับได้
ความเสี่ยงในการลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมแต่ละประเภทมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน หากคุณไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูง อาจเลือกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่าและให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
ผลการดำเนินงานของกองทุน ควรศึกษาผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนที่สนใจ เช่น ผลกำไรหรือขาดทุนในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้เข้าใจแนวโน้มการเติบโตของกองทุน แต่ควรทราบว่า ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้

การเปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์ผ่านแอป Krungthai Next เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายสำหรับนักลงทุนมือใหม่ โดยสามารถเลือกเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ลงทุนได้ตามรูปแบบและความเสี่ยงที่ต้องการ ทั้งนี้ควรเลือกกองทุนที่ตรงกับวัตถุประสงค์การลงทุนและผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้การลงทุนเปิดบัญชีออนไลน์ของคุณเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้



6
การใช้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง

บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สะดวกสบาย แต่หากใช้อย่างไม่รอบคอบ อาจทำให้เกิดภาระหนี้สินจากดอกเบี้ยที่สะสมขึ้นได้ การเข้าใจวิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะช่วยให้คุณจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลักการพื้นฐานของดอกเบี้ยบัตรเครดิต
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะถูกคิดเฉพาะเมื่อมีการค้างชำระ โดยทั่วไปธนาคารจะใช้อัตราดอกเบี้ยต่อปี (APR - Annual Percentage Rate) และทำการคำนวณแบบรายวัน ซึ่งหมายความว่าดอกเบี้ยจะสะสมขึ้นทุกวันตามยอดเงินที่ค้างอยู่

ขั้นตอนการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต
ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย (APR)
สามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดบัญชี หรือเว็บไซต์ของธนาคาร
ตัวอย่างเช่น อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
คำนวณอัตราดอกเบี้ยรายวัน
ใช้สูตร:
หาก APR = 18% ต่อปี ดอกเบี้ยรายวันคือ
คำนวณดอกเบี้ยตามยอดเงินคงเหลือ
หากมียอดค้างชำระ 10,000 บาท และไม่ได้ชำระเต็มจำนวนเป็นเวลา 30 วัน
บัตรเครดิตจ่ายขั้นต่ำดอกเบี้ยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น = 10,000 × 0.000493 × 30 = 148.00 บาท
ตรวจสอบยอดชำระขั้นต่ำ
โดยทั่วไปธนาคารกำหนดให้ชำระขั้นต่ำ 5-10% ของยอดค้างชำระ
หากเลือกจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะยังคงสะสมอยู่บนยอดเงินที่เหลือ

เคล็ดลับลดภาระดอกเบี้ย
ชำระยอดเต็มจำนวนทุกเดือน
หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน
ตรวจสอบใบแจ้งยอดอย่างสม่ำเสมอ

การทำความเข้าใจการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อพนักงานประจำช่วยให้คุณสามารถจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น และใช้บัตรเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



7
ในปัจจุบัน ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กลายเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ โดยการดำเนินโครงการ CSR ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำเพื่อให้เกิดผลดีทางสังคมเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นในแบรนด์ขององค์กรด้วย ธนาคารกรุงไทยเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการ CSR ที่หลากหลายซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการเพื่อ csr ที่ธนาคารกรุงไทยเน้นย้ำ

หนึ่งในโครงการ CSR ที่ธนาคารกรุงไทยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ โครงการ "Krungthai Smile" ที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสในสังคม โครงการนี้ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษาทางการเงิน การช่วยเหลือด้านสุขภาพ และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเองของผู้สูงอายุในสังคม

ธนาคารกรุงไทยยังได้ดำเนินโครงการ "Krungthai Green Together" ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการทางการเงินออนไลน์มากขึ้น เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษและทรัพยากรอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้และจัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชน

การสนับสนุนการศึกษาและเยาวชน

ธนาคารกรุงไทยยังมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลน โครงการ "Krungthai Education" ได้ร่วมมือกับหลายองค์กรในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ดีให้แก่เด็กๆ ที่มีความฝันและต้องการโอกาสในการเรียนรู้ โครงการนี้มีการจัดฝึกอบรมทักษะต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ และทักษะการเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ธนาคารกรุงไทยกับการสร้างสังคมที่ยั่งยืน

การดำเนินโครงการ CSR ของธนาคารกรุงไทยไม่เพียงแต่ช่วยให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรเองด้วย การทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบช่วยให้ธนาคารได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ในตลาด การมีส่วนร่วมในโครงการ CSR จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยธนาคารกรุงไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างความสุขให้กับสังคมโดยรวม

8
ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ การโอนเงินให้ครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศ หรือการชำระค่าสินค้าและบริการ SWIFT Code จึงกลายเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นเครือข่ายการสื่อสารทางการเงินระหว่างธนาคารที่ช่วยให้การโอนเงินเป็นไปอย่างปลอดภัย รวดเร็ว และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

โอนเงินไปต่างประเทศ swift code  คืออะไร

SWIFT Code หรือ SWIFT Bank Identifier Code (BIC) เป็นรหัสเฉพาะของแต่ละธนาคารที่ใช้สำหรับการโอนเงินต่างประเทศรหัสนี้ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข 8-11 หลัก ซึ่งประกอบไปด้วย:

รหัสธนาคาร 4 หลัก

รหัสประเทศ 2 หลัก

รหัสที่อยู่ธนาคาร 2 หลัก

รหัสสาขาธนาคาร 3 หลัก (หากมี)

การใช้ SWIFT Code ช่วยให้การโอนเงินไปต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ โดยธนาคารสามารถสื่อสารและประสานงานกันได้โดยตรง ทำให้ผู้รับเงินได้รับเงินครบถ้วนและตรงเวลา

ขั้นตอนการโอนเงินผ่าน SWIFT Code

เตรียมข้อมูลของผู้รับเงินให้ครบถ้วน ได้แก่:

ชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีของผู้รับเงิน

ชื่อและที่อยู่ของธนาคารปลายทาง

SWIFT Code ของธนาคารปลายทาง

กรอกแบบฟอร์มขอโอนเงินระหว่างประเทศ พร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการโอนเงิน เช่น ชำระค่าสินค้า โอนเงินให้ครอบครัว หรือค่าเล่าเรียน

ตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างกันไปตามธนาคารและประเทศปลายทาง

ยืนยันรายการโอนเงินกับธนาคารและติดตามสถานะการโอนได้ผ่านระบบของธนาคาร

ข้อดีของการโอนเงินผ่าน SWIFT Code

ปลอดภัยและเป็นมาตรฐานสากล: ใช้งานได้ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

ความแม่นยำสูง: ลดข้อผิดพลาดในการโอนเงินระหว่างประเทศ

สะดวกและรวดเร็ว: สามารถโอนเงินไปยังธนาคารปลายทางได้ภายใน 3-5 วันทำการ หรือเร็วกว่านั้นขึ้นอยู่กับธนาคารและเขตเวลาของประเทศปลายทาง

SWIFT Code ยังคงเป็นมาตรฐานสำคัญสำหรับการโอนเงินไปต่างประเทศที่ทั่วโลกให้การยอมรับ การทำความเข้าใจและใช้งาน SWIFT Code อย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกรรมการเงินเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

9
นักลงทุนมือใหม่ มักมองหาช่องทางการลงทุนที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนและสร้างรายได้แบบ Passive Income แต่การเริ่มต้นลงทุนต้องพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงเปิดบัญชีหุ้นที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การลงทุนที่มี ความเสี่ยงต่ำ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ทางเลือกการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ
ฝากเงินในธนาคาร
ความเสี่ยงต่ำที่สุด โดยเฉพาะเงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาทที่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
แม้ผลตอบแทนอาจไม่สูงมาก แต่ปลอดภัยสำหรับการเริ่มต้น
พันธบัตรรัฐบาล
เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำมาก เนื่องจากออกโดยรัฐบาล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวและไม่ต้องการให้เงินต้นสูญหาย
สลากออมทรัพย์
การลงทุนผ่านสลากออมสินหรือสลากของสถาบันการเงินรัฐ
มีโอกาสถูกรางวัล พร้อมทั้งได้รับดอกเบี้ย
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีงบประมาณจำกัด
ช่วยสร้างวินัยการออมและให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
กองทุนรวมตลาดเงิน
ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงิน แต่ยังคงความปลอดภัย
การเริ่มต้นลงทุนในหุ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้น สามารถเลือก การลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) โดยทยอยซื้อหุ้นตัวเดิมเป็นจำนวนเงินที่เท่ากันในแต่ละเดือน เช่น เดือนละ 1,000 บาท วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและเหมาะสำหรับมือใหม่

นักลงทุนมือใหม่ควรเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจก่อนขยับไปสู่การลงทุนที่ซับซ้อนมากขึ้น



10
ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวมาถึงแล้ว! ช่วงปลายปีแบบนี้หลายคนกำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อพักผ่อนและเติมพลังสำหรับปีใหม่ แต่เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่น ไม่มีปัญหาจุกจิก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวและเอกสารให้พร้อม มาดูกันว่ามีอะไรที่ขาดไม่ได้บ้าง

ไปต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้าง
1. หนังสือเดินทาง (Passport)
พาสปอร์ตคือเอกสารสำคัญที่ต้องมีทุกครั้งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ตรวจสอบอายุพาสปอร์ตให้เหลืออย่างน้อย 6 เดือน และพกติดตัวไว้ตลอดการเดินทาง
2. ยารักษาโรค
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ควรพกยาประจำตัวและยาสามัญ เช่น ยาพารา ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ และชุดปฐมพยาบาลเล็ก ๆ ติดตัวไปเสมอ
3. เงินสดและบัตรเครดิต
เตรียมเงินสดสกุลของประเทศปลายทางให้เพียงพอ รวมถึงบัตรเครดิตเพื่อความสะดวก และตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศนั้น ๆ ในการพกเงินสดเข้าสู่ประเทศ
4. ประกันเดินทาง
ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเที่ยวบินล่าช้า หรือเหตุไม่คาดฝันอื่น ๆ ประกันเดินทางช่วยให้คุณอุ่นใจตลอดการเดินทาง
5. เอกสารอื่น ๆ ที่ใช้เข้าประเทศ
ศึกษากฎระเบียบของประเทศปลายทางว่าต้องใช้เอกสารใดเพิ่มเติม เช่น วีซ่า เอกสารการฉีดวัคซีน หรือใบรับรองสุขภาพ

ข้อดีของการเตรียมประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง

ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศอาจมีราคาสูง การเตรียมประกันสุขภาพควบคู่กับประกันเดินทางจะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือเหตุฉุกเฉินใหญ่ รวมถึงประกันออมทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษี สามารถดูข้อมูลของไปต่างประเทศ ได้ที่ https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1647 หรือแนะนำประกันสุขภาพ ที่ https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1330





11
ทุกวันนี้การโอนเงินไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะแอปพลิเคชันธนาคาร เป็นตัวช่วยแอพโอนเงินต่างประเทศ ให้เราสามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลา

จุดเด่นของการโอนเงินผ่านแอปธนาคาร
สะดวกสบาย:
ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร
ระบบคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนอัตโนมัติ
รวดเร็ว:
ใช้เวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมง ถึง 5 วัน ขึ้นอยู่กับสกุลเงิน
ปลอดภัย:
การโอนเงินไปต่างประเทศระบบ swift code ระบุธนาคารปลายทางที่ชัดเจน

ขั้นตอนการโอนเงินผ่านแอปโอนเงินต่างประเทศ
เลือกเมนูโอนเงินระหว่างประเทศ
กรอกข้อมูล:
ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ผู้รับ (ภาษาอังกฤษ)
Swift Code ของธนาคารผู้รับ
จำนวนเงินที่ต้องการโอน
ยืนยันข้อมูลและรอรับการแจ้งเตือน

ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านแอป
ค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างประเทศขึ้นอยู่กับธนาคารและสกุลเงินที่โอน เช่น:
สกุลเงินยูโรและปอนด์สเตอร์ลิง: 400 + 1,200 บาท
สกุลเงินเยน: 400 + 0.05% ของยอดเงิน

เคล็ดลับในการใช้งาน
ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนก่อนทำรายการ
ใช้ฟังก์ชันแปลงค่าเงินในแอปธนาคารเพื่อความสะดวก

การโอนเงินต่างประเทศผ่านแอปธนาคารเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว แม้จะมีค่าธรรมเนียม แต่ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและง่ายต่อการใช้งาน




12
การเลือกแหล่งกู้เงินเพื่อการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาทั้งในด้านเงื่อนไข วงเงิน และความสะดวก มาดูการเปรียบเทียบระหว่าง สินเชื่อกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) และ สินเชื่อเพื่อการศึกษาของธนาคารกรุงไทย

จุดเด่นของ กยศ.
อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด เพียง 1% ต่อปี
ระยะผ่อนชำระนานถึง 15 ปี
ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากค้ำประกัน
ข้อจำกัด
ขั้นตอนซับซ้อน และต้องยื่นกู้ใหม่ทุกปี
จำกัดเฉพาะการศึกษาระดับมัธยมปลายถึงปริญญาโทในประเทศ
จุดเด่นของธนาคารกรุงไทย
วงเงินกู้ยืมครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาเอก
รองรับทั้งการศึกษาในประเทศและต่างประเทศ
ยื่นกู้ได้ตลอดทั้งปี
ข้อควรพิจารณา
อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า กยศ. โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการค้ำประกัน
ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี
ทางเลือกสินเชื่อเงินกู้อื่นที่น่าสนใจ
สินเชื่อชีวิตสุขสันต์ (ธนาคารออมสิน)
สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน (ธนาคารกรุงเทพ)

แม้ทางเลือกเหล่านี้จะมีเงื่อนไขคล้ายคลึงกับกู้สินเชื่อกรุงไทย แต่ข้อได้เปรียบของกรุงไทยคือการพิจารณาวงเงินจากค่าใช้จ่ายจริง ทำให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินเรียนในหลากหลายระดับ

หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับส่วนบุคคลของ กยศ. นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาในประเทศ แต่หากต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นและกู้เงินเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศ สินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า



13
“เงินทุน” เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นใหม่หรือกำลังขยายกิจการ การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดความเสี่ยงได้อย่างดี วันนี้เรามี 4 สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จากธนาคารชั้นนำที่ไม่ควรพลาด

1. สินเชื่อ SME Smart Shop จากธนาคารกรุงไทย
ออกแบบมาสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ เช่น ธงฟ้าหรือถุงเงินประชารัฐ ให้วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% ต่อปี และผ่อนชำระได้นาน 7 ปี เหมาะสำหรับกิจการที่มีทะเบียนการค้าและดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
2. สินเชื่อ SME เลือกได้ จากธนาคารกสิกรไทย
เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ที่ไม่ต้องการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ขอวงเงินได้สูงสุด 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 13% ต่อปี และผ่อนชำระได้ 5-10 ปี สำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินมากขึ้น สามารถใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเพิ่มวงเงินกู้ได้ถึง 12 ล้านบาท
3. สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ยื่นหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไทยพาณิชย์
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ดำเนินการมาเพียง 6 เดือนก็สามารถยื่นขอได้ โดยให้วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 12.25% ต่อปี และระยะเวลาผ่อนชำระ 6 ปี เงื่อนไขคือธุรกิจต้องจดทะเบียนการค้า
4. สินเชื่อ SMEs ยิ้มได้ จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
สินเชื่อชนิดระยะยาวตัวช่วยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการวงเงินสูงถึง 15 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเพียง 5.5% ต่อปี มีความยืดหยุ่นเรื่องเงื่อนไข เพียงแค่มีทะเบียนการค้าก็ยื่นขอได้

เลือกสินเชื่อเพื่อร้านค้าที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มเงินทุน เสริมสภาพคล่องดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้ และสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นใจ



14
การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงในอนาคต และหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือ บัญชีฝากประจำ บัญชีออมทรัพย์ที่ช่วยให้คุณเก็บเงินได้อย่างมีวินัย พร้อมผลตอบแทนที่มั่นคง

บัญชีฝากประจำเหมาะกับใคร?
คนที่อยากเก็บเงินก้อนใหญ่
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมเงินเพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน หรือการศึกษาของลูก
คนที่มีรายได้สม่ำเสมอ
การฝากประจำมีเงื่อนไขให้ฝากเงินในจำนวนที่กำหนดทุกเดือน จึงเหมาะสำหรับคนที่มีรายได้แน่นอน
คนที่ไม่ชอบความเสี่ยง
บัญชีฝากประจำไม่มีความเสี่ยงจากการลงทุน และเงินต้นได้รับการคุ้มครอง

ข้อดีของการเปิดบัญชีเงินฝากประจํา
ฝากประจำดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์
ฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการออมเงินได้ดีขึ้น
ฝึกวินัยการออมเงิน
ช่วยสร้างนิสัยการเก็บออมที่ดีในระยะยาว
มีเงินสำรองฉุกเฉิน
หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ยังมีเงินสำรองไว้ใช้

บัญชีฝากประจำเหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเก็บเงินแบบปลอดภัยและมีวินัย หากคุณกำลังมองหาวิธีออมเงินที่มั่นคง บัญชีฝากประจำเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม



15
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการลงทุน หลายคนมักมีคำถามว่า “ลงทุนอะไรดีที่เสี่ยงน้อยและคุ้มค่า?” การเริ่มลงทุนแบบปลอดภัยไม่เพียงช่วยรักษาเงินต้น แต่ยังสร้างความมั่นใจและช่วยให้คุณก้าวแรกในโลกการลงทุนได้อย่างมั่นคง ดังนั้น เรามาดูกันว่าการลงทุนแบบไหนที่ตอบโจทย์และเหมาะกับมือใหม่

1. เงินฝากธนาคารและพันธบัตรรัฐบาล
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักลงทุนมือใหม่คือการฝากเงินในธนาคารหรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน โดยเฉพาะเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่ได้มักไม่สูงนัก และอาจต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในบางช่วงเวลา
2. สลากออมสินและสลากออมทรัพย์
นี่คือทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแบบไม่เสี่ยง โดยผู้ลงทุนสามารถลุ้นรับรางวัลคล้ายกับสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมกับได้รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด แม้ผลตอบแทนอาจไม่มาก แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากคุณไม่อยากสูญเสียเงินต้น
3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินพร้อมกับความคุ้มครองชีวิต คุณสามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันแบบรายเดือนหรือรายปี และเมื่อครบกำหนดคุณจะได้รับเงินก้อนพร้อมผลตอบแทน ทั้งยังเป็นวิธีที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ดี
4. กองทุนรวม
เปิดบัญชีกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับมือใหม่ เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยบริหารเงินลงทุนแทนคุณ กองทุนรวมมีหลากหลายประเภท เช่น กองทุนตลาดเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือกองทุนรวมหุ้นที่เน้นผลตอบแทนสูง แต่มีความผันผวนมากกว่า
5. การลงทุนในหุ้นแบบ DCA
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้น แต่ยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงสูง สามารถใช้วิธีการลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) หรือการทยอยซื้อหุ้นด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในทุกเดือน วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้น



16
พร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นบริการโอนเงินออนไลน์ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการต่าง ๆ คุณสามารถโอนเงินได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารหรือต่างสาขา วันนี้เรามีวิธี สมัครพร้อมเพย์ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร มาแนะนำ มือใหม่ก็ทำตามได้ง่าย ๆ

วิธีสมัครพร้อมเพย์ผ่านแอปธนาคารยอดนิยม
ธนาคารกรุงไทย (Krungthai NEXT)
ดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบในแอป Krungthai NEXT
เลือกเมนู พร้อมเพย์ และกดปุ่ม สมัครบริการพร้อมเพย์

เลือกบัญชีที่จะผูกพร้อมเพย์
เลือกว่าจะใช้ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือ เลขบัตรประชาชน ในการสมัคร
ยืนยันตัวตนด้วย OTP (กรณีใช้เบอร์โทรศัพท์) และตรวจสอบข้อมูลก่อนกด ยืนยัน
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EASY)
เปิดแอป SCB EASY และเข้าสู่ระบบ
กดไปที่ เมนูอื่น ๆ > ตั้งค่า > จัดการ SCB พร้อมเพย์
อ่านข้อกำหนดและกดยอมรับ
เลือกว่าจะผูกบัญชีกับ เลขบัตรประชาชน หรือ หมายเลขโทรศัพท์
เลือกบัญชีเงินฝากและกด ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน เสร็จเรียบร้อย

ธนาคารกรุงเทพ (Bualuang mBanking)
ดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบในแอป Bualuang mBanking
เลือก เพิ่มเติม > ตั้งค่าพร้อมเพย์ > ลงทะเบียนพร้อมเพย์
กรอกข้อมูล เช่น เลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์
เลือกบัญชีที่ต้องการลงทะเบียน และกด ยืนยัน เพื่อสมัคร

ข้อดีของการมีพร้อมเพย์
โอนเงินสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
ไม่ต้องจำหมายเลขบัญชี เพียงใช้เบอร์โทรศัพท์หรือบัตรประชาชน
ไม่เสียค่าธรรมเนียมในกรณีโอนต่างธนาคาร

การสมัครพร้อมเพย์ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารทำได้ง่ายและสะดวก เพียงทำตามขั้นตอนข้างต้น คุณก็สามารถเริ่มใช้งานพร้อมเพย์ได้ทันที ตอบโจทย์การทำธุรกรรมในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว



17
การสร้างบ้านในฝันเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในส่วนของ สินเชื่อสร้างบ้าน กู้เงินธนาคารสร้างบ้านที่ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยให้การบริหารการเงินมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามาดูข้อเสนอกู้สินเชื่อบ้านแลกเงิน จาก 5 ธนาคารชั้นนำ

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
เงื่อนไข: ผ่อนชำระนานสูงสุด 40 ปี หรือ 75 ปี (สำหรับข้าราชการ)
จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินกู้ยืดหยุ่นและเงื่อนไขพิเศษสำหรับอาชีพเฉพาะ
2. ธนาคารกรุงเทพ (สินเชื่อบ้านบัวหลวง)
จุดเด่น: สามารถเลือกผ่อนชำระแบบขั้นบันไดหรือแบบคงที่
ดอกเบี้ย: ปัจจุบัน MRR 5.95%
ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 35 ปี
3. ธนาคารไทยพาณิชย์
จุดเด่น: ลูกค้ากลุ่มโครงการหรือองค์กรได้รับดอกเบี้ยพิเศษ
ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 30 ปี
4. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
จุดเด่น: ลดดอกเบี้ย 0.25% เมื่อซื้อประกัน MRTA หรือ MLTA
ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 30 ปี
5. ธนาคารกรุงไทย
จุดเด่น: วงเงินกู้สูงสุด 110% ของมูลค่าหลักประกัน
ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 40 ปี
ข้อแนะนำในการเลือกธนาคาร
เปรียบเทียบดอกเบี้ย: เลือกดอกเบี้ยที่เหมาะกับระยะเวลาที่คุณตั้งใจผ่อน
ตรวจสอบวงเงินกู้: เลือกธนาคารที่ให้วงเงินตรงตามความต้องการ
พิจารณาข้อเสนอพิเศษ: เช่น ส่วนลดดอกเบี้ยเมื่อซื้อประกัน

การกู้เงินสร้างบ้านต้องอาศัยการเปรียบเทียบรายละเอียดสินเชื่อกู้เงินทำบ้านอย่างรอบคอบ ธนาคารแต่ละแห่งมีข้อเสนอที่โดดเด่นแตกต่างกันไป เลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับไลฟ์สไตล์และความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ รีไฟแนนซ์ค่าบ้านเพื่อให้การสร้างบ้านในฝันเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด



18
หลายคนอาจประสบปัญหาสอบติดมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่ฝันไว้ แต่ติดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายจนไม่สามารถเรียนต่อได้ “กู้เงินเรียน” คือทางเลือกที่ช่วยให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนต่อโดยไม่ต้องพึ่งทุนจากครอบครัวอย่างเดียว
กู้เพื่อการศึกษาทำอะไรได้บ้าง?

ช่วยเรื่องค่าเทอมและค่าอุปกรณ์การเรียน
ลดความกังวลด้านการเงิน ทำให้สามารถโฟกัสกับการเรียนได้เต็มที่
ผ่อนชำระได้หลังเรียนจบ ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระหนักในระหว่างเรียน
สถาบันการเงินที่ให้บริการกู้สินเชื่อเพื่อการศึกษา มีอะไรบ้าง?
ธนาคารกสิกรไทย: ให้กู้สูงสุด 750,000 บาท ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 80% ของหลักสูตร
ธนาคารธนชาต: วงเงินกู้ 100% ของค่าเล่าเรียน พร้อมดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
กองทุนเงินให้กู้ยืมสินเชื่อเพื่อการศึกษา (กยศ.): ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี เริ่มผ่อนชำระได้หลังเรียนจบ 2 ปี

วิธีสมัครกู้เงินเรียนง่าย ๆ
เลือกสถาบันการเงินที่เหมาะกับคุณ
เตรียมเอกสาร เช่น ใบแจ้งค่าเทอม บัตรประชาชน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ยื่นสมัครและรออนุมัติ

การกู้สินเชื่อเงินเรียนไม่ใช่เพียงแค่การขอความช่วยเหลือ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตที่ช่วยให้คุณก้าวหน้าในสายการเรียนและการทำงาน



หน้า: [1] 2